นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ของมูลนิธิหนังสือเพื่อเด็ก

เนื่องจากภาพถ่ายและข้อมูลของบุคคลถือว่าเป็นสิทธิและเสรีภาพส่วนบุคคลที่ไม่ควรนำไปเผยแพร่ และควรได้ความความคุ้มครอง ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ซึ่งมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2562 ทั้งนี้ทางมูลนิธิหนังสือเพื่อเด็กจึงออกนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเชื่อมั่นในการดูแลรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลและจัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม โดยมีเนื้อหาดังนี้

1. คำนิยาม

“ห้องสมุด” หมายถึง ดรุณบรรณาลัย ห้องสมุดเด็กปฐมวัย

“สมาชิก” หมายถึง สมาชิกห้องสมุด

“บุคคล” หมายถึง บุคคลทั่วไป

“ผู้แทนโดยชอบธรรม” หมายถึง ผู้แทนโดยชอบธรรมของผู้เยาว์

 

“ข้อมูลส่วนบุคคล” หมายความว่า ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลซึ่งทำให้สามารถระบุตัวบุคคลนั้นได้ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม แต่ไม่รวมถึงข้อมูลของผู้ถึงแก่กรรมโดยเฉพาะ อาทิ ชื่อ นามสกุล ชื่อเล่น ที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ เลขประจำตัวประชาชน เลขหนังสือเดินทาง เลขบัตรประกันสังคม เลขใบอนุญาตขับขี่ เลขประจำตัวผู้เสียภาษี เลขบัญชีธนาคาร เลขบัตรเครดิต ที่อยู่อีเมล (email address) ทะเบียนรถยนต์ โฉนดที่ดิน IP Address, Cookie ID, Log File เป็นต้น อย่างไรก็ดี ข้อมูลต่อไปนี้ไม่ใช่ข้อมูลส่วนบุคคล เช่น ข้อมูลสำหรับการติดต่อทางธุรกิจที่ไม่ได้ระบุถึงตัวบุคคล อาทิ ชื่อบริษัท ที่อยู่ของบริษัท เลขทะเบียนนิติบุคคลของบริษัท หมายเลขโทรศัพท์ของที่ทำงาน ที่อยู่อีเมล (email address) ที่ใช้ในการทำงาน ที่อยู่อีเมล (email address) กลุ่มของบริษัท เช่น This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it. ข้อมูลนิรนาม (Anonymous Data) หรือข้อมูลแฝงที่ถูกทำให้ไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้อีกโดยวิธีการทางเทคนิค (Pseudonymous Data) ข้อมูลผู้ถึงแก่กรรม เป็นต้น

“ข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหว” หมายถึง ข้อมูลที่เป็นเรื่องส่วนบุคคลโดยแท้ของบุคคล แต่มีความละเอียดอ่อนและอาจสุ่มเสี่ยงในการเลือกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม เช่น เชื้อชาติ เผ่าพันธุ์ ความคิดเห็นทางการเมือง ความเชื่อในลัทธิ ศาสนาหรือปรัชญา พฤติกรรมทางเพศ ประวัติอาชญากรรม ข้อมูลสุขภาพ ความพิการ ข้อมูลสหภาพแรงงาน ข้อมูลพันธุกรรม ข้อมูลชีวภาพ หรือข้อมูลอื่นใด ซึ่งกระทบต่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลในทำนองเดียวกันตามที่คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลประกาศกำหนด

“เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล” (Data Subject) หมายถึง ตัวบุคคลที่เป็นเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลนั้น แต่ไม่ใช่กรณีที่บุคคลมีความเป็นเจ้าของข้อมูล (Ownership) หรือเป็นผู้สร้างหรือเก็บรวบรวมข้อมูลนั้นเอง โดยเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลนี้จะหมายถึงบุคคลธรรมดาเท่านั้น และไม่รวมถึง “นิติบุคคล” (Juridical Person) ที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมาย เช่น บริษัท สมาคม มูลนิธิ หรือองค์กรอื่นใด

ทั้งนี้ เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ได้แก่ บุคคลดังต่อไปนี้

1. เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลที่เป็นผู้บรรลุนิติภาวะ หมายถึง

1.1 บุคคลที่มีอายุตั้งแต่ 20 ปีบริบูรณ์1 ขึ้นไป หรือ

1.2 ผู้ที่สมรสตั้งแต่อายุ 17 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป หรือ

1.3 ผู้ที่สมรสก่อนอายุ 17 ปี โดยศาลอนุญาตให้ทำการสมรส2 หรือ

1.4 ผู้เยาว์ซึ่งผู้แทนโดยชอบธรรมให้ความยินยอมในการประกอบธุรกิจทางการค้าหรือธุรกิจอื่น หรือในการทำสัญญาเป็นลูกจ้างในสัญญาจ้างแรงงาน ในความเกี่ยวพันกับการประกอบธุรกิจหรือ การจ้างแรงงานข้างต้นให้ผู้เยาว์มีฐานะเสมือนดังบุคคลซึ่งบรรลุนิติภาวะแล้ว

ทั้งนี้ ในการให้ความยินยอมใด ๆ เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลที่เป็นผู้บรรลุนิติภาวะสามารถให้ความยินยอมได้ด้วยตนเอง

2. เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลที่เป็นผู้เยาว์ หมายถึง บุคคลที่อายุต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์ และไม่ใช่ผู้บรรลุนิติภาวะตามข้อ 1 ทั้งนี้ ในการให้ความยินยอมใด ๆ จะต้องได้รับความยินยอมจากผู้ใช้อำนาจปกครองที่มีอำนาจกระทำการแทนผู้เยาว์ในการทำธุรกรรมและประชาสัมพันธ์กับทางห้องสมุด

3. เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลที่เป็นคนเสมือนไร้ความสามารถ หมายถึง บุคคลที่ศาลสั่งให้เป็นคนเสมือนไร้ความสามารถ เนื่องจากมีกายพิการหรือมีจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ หรือประพฤติสุรุ่ยสุร่ายเสเพลเป็นอาจิณ หรือติดสุรายาเมา หรือมีเหตุอื่นใดทำนองเดียวกันนั้น จนไม่สามารถจะจัดทำการงานโดยตนเองได้ หรือจัดกิจการไปในทางที่อาจจะเสื่อมเสียแก่ทรัพย์สินของตนเองหรือครอบครัว4 ทั้งนี้ ในการให้ความยินยอมใด ๆ จะต้องได้รับความยินยอมจากผู้พิทักษ์ที่มีอำนาจกระทำการแทนคนเสมือนไร้ความสามารถนั้นก่อน

4. เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลที่เป็นคนไร้ความสามารถ หมายถึง บุคคลที่ศาลสั่งให้เป็นคนไร้ความสามารถ เนื่องจากเป็นบุคคลวิกลจริต5 ทั้งนี้ ในการให้ความยินยอมใด ๆ จะต้องได้รับความยินยอมจากผู้อนุบาลที่มีอำนาจกระทำการแทนคนไร้ความสามารถนั้นก่อน

ทั้งนี้ หากการขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่เป็นไปตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลไม่มีผลผูกพันเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล

“ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล” หมายความว่า บุคคลหรือนิติบุคคลซึ่งมีอำนาจหน้าที่ตัดสินใจเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล

“ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล” หมายความว่า บุคคลหรือนิติบุคคลซึ่งดำเนินการเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามคำสั่งหรือในนามของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งนี้ บุคคลหรือนิติบุคคลซึ่งดำเนินการดังกล่าวไม่เป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล

2. แหล่งที่มาของข้อมูลส่วนบุคคล

โดยปกติทั่วไปห้องสมุดจะไม่เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล เว้นแต่ในกรณี ดังนี้

2.1 ห้องสมุดได้รับข้อมูลส่วนบุคคลจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลโดยตรงหรือจากผู้แทนโดยชอบธรรม โดยห้องสมุดจะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลจากขั้นตอนการให้บริการ ดังนี้

  1. การสมัครสมาชิกของห้องสมุด จากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้แทนโดยชอบธรรม
  2. การสมัครกิจกรรมของห้องสมุด จากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้แทนโดยชอบธรรม
  3. การเก็บข้อมูลโดยสมัครใจจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล หรือ ผู้แทนโดยชอบธรรม เพื่อผลประโยชน์ทางวิชาการ หรือ ประชาสัมพันธ์ เช่น ข้อมูลจากระบบห้องสมุด การทำแบบสอบถาม การโต้ตอบผ่านทางเน็ตเวิร์ค อาทิ อีเมล โปรแกรมสื่อสาร และ เว็บเพจ รวมทั้งการสัมภาษณ์ ระหว่างห้องสมุดและเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้แทนโดยชอบธรรม
  4. การเก็บข้อมูลจากการใช้เว็บไซต์ของห้องสมุดผ่านบราวเซอร์คุกกี้ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้แทนโดยชอบธรรม

3. วัตถุประสงค์ในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล

ห้องสมุดใช้วิธีการเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย ข้อมูลส่วนบุคคลด้วยวิธีการที่ชอบด้วยกฎหมายและเป็นธรรม โดยจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลเท่าที่จำเป็น เพื่อใช้ในการติดต่อให้บริการ ประชาสัมพันธ์ หรือให้ข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ รวมทั้งสำรวจความคิดเห็นของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลในกิจการหรือกิจกรรมของสำนักงาน ภายใต้วัตถุประสงค์ในการดำเนินงานของห้องสมุดเท่านั้น หรือตามที่กฎหมายกำหนด ทั้งนี้ หากมีการเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์ ห้องสมุดจะแจ้งให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบ และบันทึกเพิ่มเติมไว้เป็นหลักฐาน รวมทั้งปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

4. การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล

4.1 การเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล

ห้องสมุดจะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลอย่างจำกัดและเท่าที่จำเป็น โดยขึ้นอยู่กับประเภทของบริการที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลใช้บริการหรือให้ข้อมูลส่วนบุคคลกับสำนักงาน เช่น การลงทะเบียนสมัครเข้าร่วมกิจกรรม การลงทะเบียนขอใช้บริการต่างๆ ทั้งที่ผ่านห้องสมุดโดยตรงและผ่านระบบสารสนเทศของห้องสมุด ซึ่งจะมีการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวเท่าที่จำเป็นเท่านั้น

4.2 การใช้ข้อมูลส่วนบุคคล

ห้องสมุดจะใช้ข้อมูลส่วนบุคคลตามวัตถุประสงค์ที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลให้ไว้กับห้องสมุด โดยใช้อย่างเหมาะสมและมีมาตรการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยและมีการควบคุมการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล

4.3 การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล

โดยปกติห้องสมุดจะไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล เว้นแต่เป็นการเปิดเผยตามวัตถุประสงค์ที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ให้ไว้กับห้องสมุด เช่น เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อเป็นการปฏิบัติตามบริการที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลร้องขอ หรือเป็นไปตามภาระผูกพันตามสัญญา หรือตามที่กฎหมายกำหนดให้เปิดเผย และในกรณีใด ๆ ที่ห้องสมุดต้องการเก็บรวมรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเพิ่มเติมหรือมีการเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย ห้องสมุดจะแจ้งให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบก่อนที่จะดำเนินการกับข้อมูลส่วนบุคคลนั้น เว้นแต่เป็นกรณีที่กฎหมายกำหนดหรืออนุญาตให้ดำเนินการได้

5. ระยะเวลาในการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล

ห้องสมุดจะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลตราบเท่าที่จำเป็นต่อการประมวลผล และเมื่อพ้นระยะเวลาดังกล่าวแล้ว ห้องสมุดจะดำเนินการทำลายข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่แจ้งให้ทราบล่วงหน้า

6. สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล

ความยินยอมที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลให้ไว้กับสำนักงานในการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลยังคงใช้ได้จนกว่าเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลจะเพิกถอนความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษร โดยเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลสามารถเพิกถอนความยินยอมหรือระงับการใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อวัตถุประสงค์ในการดำเนินกิจกรรมใด ๆ หรือทุกกิจกรรมของห้องสมุด โดยเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้แทนโดยชอบธรรมแจ้งความประสงค์ต่อช่องทางการติดต่อของห้องสมุด หรือส่งคำขอแจ้งแก่ห้องสมุดเป็นลายลักษณ์อักษรหรือผ่านทางอีเมล This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

นอกจากสิทธิดังกล่าวข้างต้น เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลยังมีสิทธิในการดำเนินการ ดังต่อไปนี้

(1) สิทธิในการเพิกถอนความยินยอม (right to withdraw consent)

เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้แทนโดยชอบธรรมมีสิทธิเพิกถอนความยินยอมในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ให้ความยินยอมไว้แก่สำนักงานได้ตลอดระยะเวลาที่ข้อมูลส่วนบุคคลของตนอยู่กับห้องสมุด

(2) สิทธิในการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล (right of access)

เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้แทนโดยชอบธรรมมีสิทธิเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของตนและขอให้สำนักงานทำสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวให้แก่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงขอให้ห้องสมุดเปิดเผยการได้มาซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลไม่ได้ให้ความยินยอมต่อสำนักงานได้

(3) สิทธิในการแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลให้ถูกต้อง (right to rectification)

เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้แทนโดยชอบธรรมมีสิทธิขอให้ห้องสมุดแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่ถูกต้อง หรือเพิ่มเติมข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่สมบูรณ์

(4) สิทธิในการลบข้อมูลส่วนบุคคล (right to erasure)

เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้แทนโดยชอบธรรมมีสิทธิในการขอให้ห้องสมุดทำการลบข้อมูลส่วนบุคคลของตนด้วยเหตุบางประการได้

(5) สิทธิในการระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคล (right to restriction of processing)

เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้แทนโดยชอบธรรมมีสิทธิระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของตนด้วยเหตุบางประการได้

(6) สิทธิในการให้โอนย้ายข้อมูลส่วนบุคคล (right to data portability)

เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้แทนโดยชอบธรรมมีสิทธิให้ห้องสมุดโอนย้ายข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้แทนโดยชอบธรรมได้ให้ไว้กับสำนักงานไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลรายอื่น หรือตัวเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเองด้วยเหตุบางประการได้

(7) สิทธิในการคัดค้านการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (right to object)

เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้แทนโดยชอบธรรมมีสิทธิคัดค้านการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของตนด้วยเหตุบางประการได้

ห้องสมุดเคารพการตัดสินใจการเพิกถอนความยินยอมของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้แทนโดยชอบธรรม แต่อย่างไรก็ตาม ขอแจ้งให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบว่าอาจมีข้อจำกัดสิทธิในการเพิกถอนความยินยอมโดยกฎหมายหรือสัญญาที่ให้ประโยชน์แก่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งนี้ การเพิกถอนความยินยอมย่อมไม่ส่งผลกระทบต่อการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ให้ความยินยอมไว้แล้ว

7. การรักษาความมั่นคงปลอดภัยสำหรับข้อมูลส่วนบุคคล

ห้องสมุดจัดให้มีมาตรการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม เพื่อป้องกัน การเข้าถึง การใช้ การเปลี่ยนแปลง การแก้ไข หรือการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ นอกจากนี้ ห้องสมุดได้กำหนดแนวปฏิบัติภายในเพื่อกำหนดสิทธิในการเข้าถึงหรือการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อรักษาความลับและความปลอดภัยของข้อมูลและภาพถ่าย อีกทั้งห้องสมุดจะจัดให้มีการทบทวนมาตรการดังกล่าวเป็นระยะเพื่อความเหมาะสม

8. การใช้คุกกี้ (Cookies)

คุกกี้ (Cookies) หมายถึง ข้อมูลขนาดเล็กที่เว็บไซต์ส่งไปเก็บไว้กับเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลที่เข้าชมเว็บไซต์ เพื่อช่วยให้เว็บไซต์จดจำข้อมูลเข้าชมของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล เช่น ภาษาที่เลือกใช้เป็นอันดับแรก ผู้ใช้ของระบบ หรือการตั้งค่าอื่น ๆ เมื่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเข้าชมเว็บไซต์ในครั้งถัดไป เว็บไซต์จะจดจำได้ว่าเป็นผู้ใช้ที่เคยเข้าใช้บริการแล้ว และตั้งค่าตามที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด จนกว่าเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลจะลบคุกกี้ (Cookies) หรือไม่อนุญาตให้คุกกี้ (Cookies) นั้นทำงานอีกต่อไป ซึ่งเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลสามารถที่จะยอมรับหรือไม่รับคุกกี้ (Cookies) ก็ได้ ในกรณีที่เลือกที่จะไม่รับหรือลบคุกกี้ (Cookies) เว็บไซต์อาจจะไม่สามารถให้บริการหรือไม่สามารถแสดงผลได้อย่างถูกต้อง

9. การปรับปรุงนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

ห้องสมุดอาจทำการปรับปรุงหรือแก้ไขนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล โดยมิต้องแจ้งให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้แทนโดยชอบธรรมทราบล่วงหน้า ทั้งนี้ เพื่อความเหมาะสมและมีประสิทธิภาพในการให้บริการ ดังนั้น ห้องสมุดจึงขอแนะนำให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้แทนโดยชอบธรรมอ่านนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลทุกครั้งที่เยี่ยมชมหรือใช้บริการจากสำนักงานหรือเว็บไซต์ของสำนักงาน

10. การปฏิบัติตามนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและการติดต่อกับห้องสมุด

ในกรณีที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้แทนโดยชอบธรรมมีข้อสงสัยหรือข้อเสนอแนะเกี่ยวกับนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลหรือการปฏิบัติตามนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้ ห้องสมุดยินดีตอบข้อสงสัย และรับฟังข้อเสนอแนะ เพื่อประโยชน์ต่อการปรับปรุงการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและการให้บริการของสำนักงานต่อไป โดยเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลสามารถติดต่อทางห้องสมุดได้ที่ อีเมล darunbannalai@gmmail หรือตามที่อยู่ด้านล่างนี้

ดรุณบรรณาลัย ห้องสมุดเด็กปฐมวัย

เลขที่ 1 ซอยเจริญกรุง 34 ถ.เจริญกรุง

เขต/แขวง บางรัก กรุงเทพฯ

10500

ประกาศ ณ วันที่ 31 พฤษภาคม 2565

 

 

 

1 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 19 บุคคลย่อมพ้นจากภาวะผู้เยาว์และบรรลุนิติภาวะเมื่อมีอายุยี่สิบปีบริบูรณ์

 

2 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1448 การสมรสจะทำได้ต่อเมื่อชายและหญิงมีอายุสิบเจ็ดปีบริบูรณ์แล้ว แต่ในกรณีที่มีเหตุอันสมควร ศาลอาจอนุญาตให้ทำการสมรสก่อนนั้นได้

 

3 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 27 ประกอบกับพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 20 ดังนี้

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 27 ผู้แทนโดยชอบธรรมอาจให้ความยินยอมแก่ผู้เยาว์ในการประกอบธุรกิจทางการค้าหรือธุรกิจอื่น หรือในการทำสัญญาเป็นลูกจ้างในสัญญาจ้างแรงงานได้ ในกรณีที่ผู้แทนโดยชอบธรรมไม่ให้ความยินยอมโดยไม่มีเหตุอันสมควร ผู้เยาว์อาจร้องขอต่อศาลให้สั่งอนุญาตได้ในความเกี่ยวพันกับการประกอบธุรกิจหรือการจ้างแรงงานตามวรรคหนึ่งให้ผู้เยาว์มีฐานะเสมือนดังบุคคลซึ่งบรรลุนิติภาวะแล้วถ้าการประกอบธุรกิจหรือการทำงานที่ได้รับความยินยอมหรือที่ได้รับอนุญาตตามวรรคหนึ่ง ก่อให้เกิดความเสียหายถึงขนาด หรือเสื่อมเสียแก่ผู้เยาว์ ผู้แทนโดยชอบธรรมอาจบอกเลิกความยินยอมที่ได้ให้แก่ผู้เยาว์เสียได้ หรือในกรณีที่ศาลอนุญาต ผู้แทนโดยชอบธรรมอาจร้องขอต่อศาลให้เพิกถอนการอนุญาต ที่ได้ให้แก่ผู้เยาว์นั้นเสียได้ในกรณีที่ผู้แทนโดยชอบธรรมบอกเลิกความยินยอมโดยไม่มีเหตุอันสมควร ผู้เยาว์อาจร้องขอต่อศาลให้เพิกถอนการบอกเลิกความยินยอมของผู้แทนโดยชอบธรรมได้ การบอกเลิกความยินยอมโดยผู้แทนโดยชอบธรรมหรือการเพิกถอนการอนุญาตโดยศาล ย่อมทำให้ฐานะเสมือนดังบุคคลซึ่งบรรลุนิติภาวะแล้ว ของผู้เยาว์สิ้นสุดลง แต่ไม่กระทบกระเทือนการใด ๆ ที่ผู้เยาว์ได้กระทำไปแล้วก่อนมีการบอกเลิกความยินยอมหรือเพิกถอนการอนุญาตพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 20 ในกรณีที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นผู้เยาว์ซึ่งยังไม่บรรลุนิติภาวะโดยการสมรส หรือไม่มีฐานะเสมือนดังบุคคลซึ่งบรรลุนิติภาวะแล้วตามมาตรา 27 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ การขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว ให้ดำเนินการ ดังต่อไปนี้

 

(1) ในกรณีที่การให้ความยินยอมของผู้เยาว์ไม่ใช่การใดๆ ซึ่งผู้เยาว์อาจให้ความยินยอมโดยลำพังได้ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 22 มาตรา 23 หรือมาตรา 24 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ต้องได้รับความยินยอมจากผู้ใช้อำนาจปกครองที่มีอำนาจกระทำการแทนผู้เยาว์ด้วย

 

(2) ในกรณีที่ผู้เยาว์มีอายุไม่เกินสิบปี ให้ขอความยินยอมจากผู้ใช้อำนาจปกครองที่มีอำนาจกระทำการแทนผู้เยาว์

ในกรณีที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นคนไร้ความสามารถ การขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว ให้ขอความยินยอม จากผู้อนุบาลที่มีอำนาจกระทำการแทนคนไร้ความสามารถในกรณีที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นคนเสมือนไร้ความสามารถ การขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว ให้ขอความยินยอม จากผู้พิทักษ์ที่มีอำนาจกระทำการแทนคนเสมือนไร้ความสามารถให้นำความในวรรคหนึ่ง วรรคสอง และวรรคสาม มาใช้บังคับกับการถอนความยินยอมของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล การแจ้งให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบ การใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล การร้องเรียนของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล และการอื่นใดตามพระราชบัญญัตินี้ในกรณีที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นผู้เยาว์ คนไร้ความสามารถ หรือ คนเสมือนไร้ความสามารถ โดยอนุโลม

 

4 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 32 บุคคลใดมีกายพิการหรือมีจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ หรือประพฤติสุรุ่ยสุร่ายเสเพลเป็นอาจิณ หรือติดสุรายาเมา หรือมีเหตุอื่นใดทำนองเดียวกันนั้น จนไม่สามารถจะจัดทำการงานโดยตนเองได้ หรือจัดกิจการไปในทางที่อาจจะเสื่อมเสียแก่ทรัพย์สินของตนเองหรือครอบครัว เมื่อบุคคลตามที่ระบุไว้ในมาตรา 28 ร้องขอต่อศาล ศาลจะสั่งให้บุคคลนั้นเป็นคนเสมือนไร้ความสามารถก็ได้บุคคลซึ่งศาลได้สั่งให้เป็นคนเสมือนไร้ความสามารถตามวรรคหนึ่ง ต้องจัดให้อยู่ในความพิทักษ์ การแต่งตั้งผู้พิทักษ์ ให้เป็นไปตามบทบัญญัติบรรพ 5 แห่งประมวลกฎหมายนี้ ให้นำบทบัญญัติว่าด้วยการสิ้นสุดของความเป็นผู้ปกครองในบรรพ 5 แห่งประมวลกฎหมายนี้มาใช้บังคับแก่การสิ้นสุดของการเป็นผู้พิทักษ์โดยอนุโลมคำสั่งของศาลตามมาตรานี้ ให้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา

 

5 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 28 บุคคลวิกลจริตผู้ใด ถ้าคู่สมรสก็ดี ผู้บุพการีกล่าวคือ บิดา มารดา ปู่ย่า ตายาย ทวดก็ดี ผู้สืบสันดานกล่าวคือ ลูก หลาน เหลน ลื่อก็ดี ผู้ปกครองหรือผู้พิทักษ์ก็ดี ผู้ซึ่งปกครองดูแลบุคคลนั้นอยู่ก็ดี หรือพนักงานอัยการก็ดี ร้องขอต่อศาลให้สั่งให้บุคคลวิกลจริตผู้นั้นเป็นคนไร้ความสามารถ ศาลจะสั่งให้บุคคลวิกลจริต ผู้นั้นเป็นคนไร้ความสามารถก็ได้ บุคคลซึ่งศาลได้สั่งให้เป็นคนไร้ความสามารถตามวรรคหนึ่ง ต้องจัดให้อยู่ในความอนุบาล การแต่งตั้งผู้อนุบาล อำนาจหน้าที่ของผู้อนุบาล และการสิ้นสุดของความเป็นผู้อนุบาล ให้เป็นไปตามบทบัญญัติบรรพ 5 แห่งประมวลกฎหมายนี้คำสั่งของศาลตามมาตรานี้ ให้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา

 

แผนที่ดรุณบรรณาลัย

เลขที่ ๑ ซอยเจริญกรุง ๓๔ (วัดม่วงแค)
ถ. เจริญกรุง เขตบางรัก กรุงเทพฯ ๑๐๕๐๐
เปิดบริการ วันพุธ-วันอาทิตย์
เวลา ๑๐.๐๐ – ๑๗.๐๐ น.
หยุดวันนักขัตฤกษ์


เชิญเยี่ยมชมดรุณบรรณาลัย (ห้องสมุดเด็กปฐมวัย) หากมาเป็นหมู่คณะ กรุณานัดหมายล่วงหน้า
โทร. ๐๒-๖๓๐๕๙๕๓-๔
โทรสาร. ๐๒-๖๓๐๕๘๔๐
E-mail: This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.
Facebook: https://www.facebook.com/darunbannalai/

 

“ดรุณบรรณาลัย”  ได้รับพระราชทานชื่อจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี
เมื่อวันที่  ๓๐  ธันวาคม  ๒๕๕๗  หมายถึงห้องสมุดสำหรับเด็ก

ห้องสมุดแห่งนี้จัดสร้างขึ้น เนื่องในวโรกาสสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี ทรงเจริญพระชนมายุ  ๖๐ พรรษา ในวันที่  ๒  เมษายน  ๒๕๕๘    เมื่อปีพ.ศ. ๒๕๕๖ มูลนิธิหนังสือเพื่อเด็กและสถาบันราชานุกูล  ( แพทย์หญิงพรรณพิมล วิปุลากร ผู้อำนวยการ)  ได้หารือการใช้บ้านโบราณ ๒ ชั้น ณ ศูนย์ส่งเสริมพัฒนาการราชานุกูล ม่วงแค  เลขที่ ๑  ซอยเจริญกรุง ๓๔ ถนนเจริญกรุง เขตบางรัก กทม  เพื่อจัดสร้างเป็นห้องสมุดเด็กปฐมวัยแห่งแรกที่จะให้บริการส่งเสริมการอ่านแก่เด็กปฐมวัยปกติ และกลุ่มพิเศษของสถาบันราชานุกูล    โดยมูลนิธิหนังสือเพื่อเด็กรับผิดชอบในการจัดหางบประมาณการก่อสร้างและการดำเนินงานห้องสมุดเด็ก

 

 

 

จากบ้านโบราณ สู่ ห้องสมุดหนังสือภาพ สำหรับเด็กปฐมวัย
 

เนื่องจากภารกิจหลักของมูลนิธิหนังสือเพื่อเด็ก คือ  นำหนังสือสู่เด็ก  นำเด็กสู่หนังสือ มูลนิธิฯ ได้ริเริ่มโครงการหนังสือเล่มแรก (Bookstart) ในประเทศไทยในปี พ.ศ.  ๒๕๔๗  โดยนำรูปแบบมาจากประเทศอังกฤษและประเทศญี่ปุ่น  ส่งเสริมให้พ่อแม่อ่านหนังสือภาพให้ลูกฟังตั้งแต่ลูกอายุ ๖ เดือน ในโครงการ “อุ้มลูกนั่งตัก  สื่อรักด้วยหนังสือ  ถือเป็นอาหารสมองสำหรับเด็ก นอกเหนือจากอาหารกายและอาหารใจ จากการติดตามผลการวิจัยพบว่า  โครงการหนังสือเล่มแรกเป็นได้สร้างสายสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดระหว่าง พ่อ แม่ ลูก โดยใช้หนังสือภาพเป็นสื่อ  ผลที่ได้อีกประการคือ อ่านแต่เล็ก เด็กฉลาด สมรรถนะดี

 ตลอดระยะเวลาสิบปีที่ผ่านมา ทางมูลนิธิฯ ต้องจัดหางบประมาณซื้อหนังสือแจกให้เด็กกลุ่มเป้าหมายทุกปี ขณะเดียวกันผู้ปกครองก็ต้องซื้อหนังสือสำหรับเด็กมาเติมเต็มพัฒนาการที่เปลี่ยนผ่านไปทุกช่วงวัย เพราะยังไม่มีห้องสมุดเด็กโดยเฉพาะ  ดังนั้นในปี พ.ศ. ๒๕๕๗  ได้ริเริ่มโครงการจัดสร้างห้องสมุดเด็กขึ้น   ด้วยความร่วมมือกันของ มูลนิธิหนังสือเพื่อเด็กกับสถาบันราชานุกูล  และได้รับงบประมาณสนับสนุนจาก   มูลนิธิสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์  สำหรับบริษัท แปลน อาร์คิเทค จำกัด  ได้มอบให้สถาปนิกหนุ่มสาวของบริษัท มารับผิดชอบการออกแบบห้องสมุดเด็ก ในรูปแบบกิจกรรมเพื่อสาธารณประโยชน์      

 

“ดรุณบรรณาลัย”   ห้องสมุดหนังสือภาพ สำหรับเด็กปฐมวัย

 \


ห้องสมุดได้เปิดให้บริการในเดือนธันวาคม พ.ศ.  ๒๕๕๘ โดยผู้มาใช้บริการประกอบด้วย ครอบครัวเด็กปฐมวัยในชุมชนม่วงแค กรุงเทพมหานคร และจังหวัดใกล้เคียง
ห้องสมุดเปิดในวันพุธ – วันอาทิตย์  เวลา ๑๐.๐๐ – ๑๗.๐๐ น. (หยุดวันจันทร์- วันอังคาร  และวันนักขัตฤกษ์)   กิจกรรมใหญ่ประจำปี คือ วันหนังสือเด็กแห่งชาติ  ๒ เมษายน  และกิจกรรมพิเศษประจำปี อีก ๓ วัน ซึ่งจะจัดในเดือนต่าง ๆ ดังนี้ เดือนมกราคม (วันเด็กแห่งชาติ) เดือนสิงหาคม (วันแม่แห่งชาติ) และเดือนธันวาคม (วันพ่อแห่งชาติ) 

 

กิจกรรมของทางห้องสมุด

 

วันเสาร์: โลกนิทานแสนสนุกกับพี่ดรุณ


กิจกรรมวันเสาร์ เป็นกิจกรรมที่จัดเพื่อแนะนำเทคนิคต่าง ๆ ในการอ่านหนังสือนิทานให้แก่ผู้ปกครอง
และแนะนำหนังสือนิทานที่น่าสนใจสัปดาห์ละ ๕ เรื่อง และยังมีพื้นที่ให้สำหรับผู้ปกครองจิตอาสา
เพื่อนำเสนอเทคนิคการใช้หนังสือนิทานกับลูกที่บ้านอีกด้วย เพื่อนำไปประยุกต์ใช้กับการอ่านหนังสือนิทานที่บ้าน 

กิจกรรมจัดเป็นประจำทุกวันเสาร์ เวลา ๑๑.๐๐-๑๑.๓๐ น.

 

วันอาทิตย์: นิทานในลานหญ้า
 

กิจกรรมวันอาทิตย์ เกิดจากการใช้วรรณกรรม ๑ เรื่องเป็นฐานความคิดในการสร้างกิจกรรมประเภทต่าง ๆ
ทำให้กิจกรรมวันอาทิตย์มีทั้งการอ่านหนังสือนิทาน ร้องเพลง และให้เด็ก ๆ ได้ใช้เวลาว่างให้
เกิดประโยชน์ผ่านกิจกรรมสร้างสรรค์ และร่วมกันประดิษฐ์งานประดิษฐ์ร่วมกันเพื่อเสริมสร้าง
ความรักความผูกพันธ์ร่วมกันภายในครอบครัว โดยจะมีการประชาสัมพันธ์หัวข้อประจำสัปดาห์
ผ่านเฟสบุ๊คและเว็บไซด์ทุกสัปดาห์ (ลงทะเบียนก่อนเข้าร่วมกิจกรรม)

กิจกรรมจัดเป็นประจำทุกวันอาทิตย์ เวลา ๑๔.๐๐-๑๕.๐๐ น.